Harmonic Pattern มีกี่แบบ? เจาะลึกในแต่ละรูปแบบที่เทรดเดอร์ควรรู้

สอนใช้ Harmonic Pattern

การเทรดด้วย Harmonic Pattern มีกี่แบบที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์การกลับตัวของราคาในกราฟ Forex ได้ และยังต้องใช้รูปแบบที่มีความสัมพันธ์กับฟีโบนัชชี่ร่วมด้วย แต่ละรูปแบบจึงมีลักษณะเฉพาะตัวที่ช่วยในการทำนายทิศทางราคาที่จะเกิดขึ้น มีทั้งการย้อนกลับที่ลึกและตื้นต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าฟีโบนัชชี่ในแต่ละรูปแบบ วันนี้เราจึงจะมาสอนใช้ Harmonic Pattern แบบเจาะลึกกันไปเลย

Harmonic Pattern มีกี่แบบ แนะนำแบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย

ถ้าพร้อมแล้วเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักว่า Harmonic Pattern มีกี่แบบ และแบบไหนได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการเทรด โดยแต่ละรูปแบบจะมีการตั้งค่าฟีโบนัชชี่และการใช้งานที่แตกต่างกัน มาดูกันเลยว่ามี Harmonic Pattern อะไรบ้างที่เทรดเดอร์สามารถใช้วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาได้

1. Gartley Pattern: การกลับตัวที่ระดับฟีโบนัชชี่ที่คุ้นเคย

Gartley Pattern เป็นหนึ่งในรูปแบบ Harmonic Patterns ที่คุ้นเคยกันดี ด้วยการเคลื่อนไหวราคาที่มีลักษณะคล้ายกับตัว “M” หรือ “W” รูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในตลาดที่มีการสะสมการเคลื่อนไหวชัดเจน โดยมีการย้อนกลับ (Retracement) ที่ระดับ 61.8% และ 78.6% จากการเคลื่อนไหวก่อนหน้า

การใช้งาน: จุดกลับตัวหลักของ Gartley จะเกิดที่ระดับ 78.6% ซึ่งมักจะเป็นจุดที่มีโอกาสการกลับตัวสูง เทรดเดอร์จะมองหาจุดนี้เพื่อลงทุนในทิศทางตรงข้ามกับสวิงก่อนหน้า

ตัวอย่าง: เมื่อราคามีการเคลื่อนไปถึง 78.6% จากสวิงครั้งก่อน เทรดเดอร์อาจเริ่มตั้งคำสั่งขายหากคาดการณ์ว่าจะกลับตัว

2. Bat Pattern: การกลับตัวที่ไม่ลึกเกินไป

Bat Pattern มีความคล้ายคลึงกับ Gartley แต่จุดย้อนกลับจะอยู่ที่ 50% หรือ 61.8% ของสวิงก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่ามีการกลับตัวที่ไม่ลึกมาก หากสงสัยว่า Harmonic Pattern มีกี่แบบที่มักใช้เทรดในตลาดที่ไม่รุนแรง และเกิดการกลับตัวไม่ลึกเกินไป คุณต้องมองหา Bat Pattern นั่นเอง

การใช้งาน: จุดที่สำคัญของ Bat Pattern คือ 50% ซึ่งทำให้เหมาะสมสำหรับการเทรดในกรณีที่ราคามีการกลับตัวแบบไม่ลึก และมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวไม่รุนแรง

ตัวอย่าง: เมื่อราคาย้อนกลับที่ 50% ของสวิงก่อนหน้า เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์การกลับตัวที่ 61.8% หรือ 78.6% ตามลำดับ

3. Butterfly Pattern: การย้อนกลับที่ลึกและแน่นอน

Butterfly Pattern คือการย้อนกลับที่ลึกที่สุดในบรรดา Harmonic Patterns ทั้งหมด โดยมีการย้อนกลับที่ระดับ 78.6% และ 88.6% ของสวิงก่อนหน้า

การใช้งาน: Butterfly มักเกิดในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน โดยคาดการณ์ว่าเป็นการกลับตัวที่มีนัยยะสำคัญ ซึ่งมักจะเกิดในช่วงที่การเคลื่อนไหวราคาลึกและมีการเปลี่ยนแปลงของทิศทาง

ตัวอย่าง: เมื่อราคามีการย้อนกลับที่ 88.6% จากจุดสูงสุด เทรดเดอร์จะมองหาการกลับตัวในทิศทางที่ตลาดอาจจะเปลี่ยนแปลง

4. Crab Pattern: การกลับตัวที่รุนแรงและรวดเร็ว

Crab Pattern มีลักษณะการเคลื่อนไหวที่รุนแรงที่สุด เนื่องจากมีการย้อนกลับที่ 161.8% ของสวิงก่อนหน้า รูปแบบนี้มักเกิดขึ้นเมื่อราคามีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

การใช้งาน: Crab Pattern มักจะเป็นการกลับตัวที่รุนแรง โดยการย้อนกลับจะเกิดที่ระดับ 161.8% ของสวิงก่อนหน้า ซึ่งช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์การกลับตัวได้อย่างแม่นยำเมื่อราคามาถึงจุดนี้

ตัวอย่าง: เมื่อราคามาถึงระดับ 161.8% จากจุดสูงสุดที่ผ่านมา เทรดเดอร์จะสามารถวางแผนการซื้อหรือขายเพื่อรับผลกำไรจากการกลับตัวที่รุนแรง

5. Shark Pattern: กลับตัวในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

Shark Pattern เป็นรูปแบบที่ค่อนข้างใหม่ใน Harmonic Patterns และมีการย้อนกลับที่ 88.6% หรือมากกว่านั้น โดยมักจะใช้ในการคาดการณ์จุดที่มีการย้อนกลับอย่างรวดเร็วและแรง รูปแบบนี้ทำให้เรามองออกว่า Harmonic Pattern มีกี่แบบ เพื่อใช้รับมือกับการเคลื่อนไหวในตลาดที่มีความผันผวนและเกิดการกลับตัวอย่างรวดเร็ว

การใช้งาน: ใช้สำหรับการเทรดในช่วงที่ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างรวดเร็ว โดยราคามักจะกลับตัวที่ระดับ 88.6% หรือมากกว่า

ตัวอย่าง: เมื่อราคากลับตัวที่ระดับ 88.6% จากสวิงก่อนหน้า เทรดเดอร์สามารถมองหาจังหวะในการเข้าเทรดได้ทันที

6. Three-Drive Pattern: การเคลื่อนไหว 3 ระลอกที่ต้องจับจังหวะให้ถูก

Three-Drive Pattern เป็นรูปแบบที่ประกอบด้วย 3 ระลอก ซึ่งแต่ละระลอกจะมีการย้อนกลับตามระดับฟีโบนัชชี่ที่แตกต่างกันดังนี้

  • ระลอกที่ 1: จุดกลับตัวที่ระดับ 61.8%
  • ระลอกที่ 2: จุดกลับตัวที่ระดับ 78.6%
  • ระลอกที่ 3: จุดกลับตัวที่ระดับ 100% หรือ 161.8%

การใช้งาน: Three-Drive Pattern เหมาะสำหรับการคาดการณ์การกลับตัวใน 3 ระลอก โดยมีระดับฟีโบนัชชี่ที่แตกต่างกัน และจะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถคาดการณ์การกลับตัวได้แม่นยำขึ้นจากการเคลื่อนไหวหลายระลอก

ตัวอย่าง: เมื่อราคามาถึงระดับ 161.8% หลังจากการย้อนกลับในระลอกที่ 1 และ 2 เทรดเดอร์จะสามารถคาดการณ์การกลับตัวที่ระดับนี้ได้

บทสรุป

การเรียนรู้ว่า Harmonic Pattern มีกี่แบบ และทำความเข้าใจรายละเอียดแต่ละรูปแบบนั้นสำคัญมาก แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการนำทฤษฎีเหล่านี้ไปใช้ในการฝึกฝนจนเป็นธรรมชาติในการเทรดจริง เมื่อคุณสามารถจับจังหวะการกลับตัวของราคาได้จากรูปแบบต่าง ๆ ได้ดีขึ้น คุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีในการเทรดอย่างแน่นอน